การเจาะและการใส่ Casing

 

       เมื่อตั้ง Tripod เข้าตรงศูนย์เข็มแล้ว ใช้ Bucket เจาะนำเป็นรูลึกประมาณ 1.50 ม. แล้วนำ Casing ซึ่งทำเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1.40 ม. ต่อกันด้วยเกลียว ตอกลงไปในรูเจาะในแนวดิ่ง จนลึกถึงชั้นดินแข็งปานกลาง ( Medium Clay) ที่พอเพียงที่จะป้องกันการพังทลายของชั้นดินอ่อนและน้ำใต้ดินไว้ได้ จากนั้นใช้ Bucket ขุดเจาะเอาดินออกจนถึงชั้นดินปนทราย ซึ่งในเขตกรุงเทพมหานครมักจะอยู่ที่ความลึกประมาณ 18.0 -21.0 ม.

 

   

 

 

การปรับสภาพก้นหลุมเจาะ

 

       เมื่อเจาะถึงความลึกที่ต้องการแล้ว ใส่คอนกรีตแห้งที่ผสมในอัตราส่วน 1 : 2 : 4 โดยปริมาตรลงไปที่ก้นหลุมประมาณ 0.15 - 0.25 ม. 3 แล้วกระทุ้งด้วยลูกตุ้มจนแน่น เป็นการทำให้ก้นหลุมเจาะสะอาดและอัดแน่น ไม่มีเศษดินหรือทรายร่วนตกค้างอยู่ และยังอาจเกิดเป็น Bulb ของคอนกรีตแห้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Bearing Capacity และลดค่า Settlement ของเสาเข็มเมื่อรับน้ำหนักบรรทุก
       ในชั้นดินบางแห่งที่มีอัตราการซึมของน้ำใต้ดินค่อนข้างสูง จะตัดขั้นตอนนี้ออกไป เนื่องจากการกระทุ้งด้วยตุ้มน้ำหนักอาจจะเปิดช่องน้ำใต้ดินให้ไหลเข้าสู่หลุมเจาะมากขึ้น

   

 

 

การใส่เหล็กเสริม

 

     ใส่เหล็กเสริมที่ผูกสำเร็จเป็นโครงไว้แล้วลงไปในรูเจาะ ต่อกันระหว่างท่อนด้วยการผูกทาบตามระยะมาตรฐานที่กำหนดโดย ว.ส.ท.ใส่ต่อกันลงไปจนได้ความยาวตามแบบ เหล็กเสริมนี้จะใส่ Spacer ที่ทำด้วย Mortar ไว้เป็นระยะ เพื่อช่วยประคองโครงเหล็กให้ทรงตัวอยู่ในรูเจาะ โดยมี Covering ไม่น้อยกว่า 7.5 ซม. อยู่โดยรอบ

 

   

 

 

การเทคอนกรีต

 

     เทคอนกรีตลงในรูเจาะโดยเทผ่านกรวย( Hopper) ที่มีท่อปล่อยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6" - 8" ความยาวประมาณ 1 ม. เพื่อให้คอนกรีตหล่นลงก้นหลุมตรงๆ ไม่ปะทะผนังรูเจาะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดการแยกตัวของคอนกรีตได้มาก และเนื่องจากงานหล่อคอนกรีตของเสาเข็มเจาะนั้นไม่สามารถใช้เครื่องเขย่าหรือเครื่องจี้ได้ จึงต้องทำให้คอนกรีตมี Workability สูง โดยควบคุม Slump ให้มีค่าอยู่ระหว่าง 12.50 - 15.00 ซม.

   

 

การถอน Casing

     เมื่อเทคอนกรีตจนสูงกว่าปลาย Casing ประมาณ 3 - 4 ม. แล้ว จึงเริ่มถอน Casing ขึ้นแล้วถอดออกทีละท่อน ขณะถอน Casing ต้องระวังให้มีคอนกรีตอยู่ใน Casing ตลอดเวลา เพื่อที่จะไม่ให้ชั้นดินบีบตัวจนทำให้ขนาดเสาเข็มเปลี่ยนไปหรือมีน้ำใต้ดินไหลเข้ามาในรูเจาะ เมื่อคอนกรีตยุบตัวลงก็เทเพิ่มให้ได้ตามระดับที่ต้องการ หลังจากหล่อเสาเข็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนหัวของเสาเข็มจะมีส่วนเผื่อไว้สำหรับสกัดคอนกรีตที่มีสิ่งสกปรกออกประมาณ 1 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็ม

 

 

Video Process

NOTE:

Any Bore Pile Depth shown in Table is considered from calculation of ground and their load characteristics

Safe Load specified is the estimation for ground characteristics of Bangkok Area which may be changed by depending upon other ground area.

Adjacent Distance for working:

  • Upper 4.5 m from ground to ceiling
  • 0.8 m is the minimum from existing wall to the centre of pile
  • More than 2.0 m for parallel wall

 

ขั้นตอนการทำงาน

Process in detail:

 

ขั้นตอนที่ 1 การจัดเครื่องมือเข้าศูนย์กลางเสาเข็มเจาะ

ปรับตั้ง 3 ขา ให้ได้แนวศูนย์กลางของเสาเข็ม เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว ตอกหลักยึดแท่นเครื่องมือให้แน่น แล้วใช้กระเช้าเจาะนำเป็นรูลึกประมาณ 1.00 เมตร

 

ขั้นตอนที่ 2 การตอกปลอกเหล็กชั่วคราว

2.1 ขนาดและความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราว ปลอกเหล็กชั่วคราวจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 ซม 43 ซม 50 ซม 60 ซม เสาเข็มเจาะซึ่งแต่ละท่อนจะมีความยาวประมาณ 1.00 เมตร ต่อกันด้วยระบบเกลียวในการทำงานจะตอกปลอกเหล็กผ่านชั้นดินอ่อน ซึ่งอยู่ด้านบนจนกระทั่งถึงขั้นดินแข็งปานกลาง เพื่อป้องกันการเคลื่อนพังของผนังรูเจาะในขั้นดินอ่อนและป้องกันน้ำ ใต้ดินไม่ให้ไหลซึมเข้าในรูเจาะอันจะเป็นผลให้คุณภาพของคอนกรีตไม่ดีเท่าที่ควร
2.2 การควบคุมตำแหน่งให้ถูกต้องและอยู่ในแนวดิ่ง ในการทำงาน การตอกปลอกเหล็กชั่วคราวลงไปแต่ละท่อนจะมีการตรวจสอบตำแหน่งศูนย์กลางของเข็มและแนวดิ่งอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องงกันมิให้เข็มเจาะเอียง

 

ขั้นตอนที่ 3 การเจาะ

3.1 อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะ ในช่วงดินอ่อนจะใช้กระเช้าชนิดมีลิ้นที่ปลายเก็บดินโดยใช้น้ำหนักของตัวมันเอง เมื่อกระเช้าถูกทิ้งไปในรูเจาะดินจะถูกอัดให้เข้าใปอยู่ในกระเช้าและจะไม่หลุดออกเพราะมีลิ้นกั้นอยู่ในเวลายกขึ้นมา ทำซ้ำกันเรื่อย ๆ จนดินถูกอัดเต็มกระเช้าจึงนำมาเทออก การเจาะจะดำเนินไปจนกระทั่งถึงขั้นดินแข็งปานกลาง จึงเปลี่ยนมาใช้กระเช้าชนิดไม่มีลิ้นที่ปลายเก็บต่อไปจนได้ความลึกที่ต้องการ
3.2 การตรวจสอบการเคลื่อนพังของดินในขั้นที่ไม่มีปลอกเหล็กชั่วคราว ในระหว่างการเจาะเอาดินขึ้น จะหมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้าหรือไม่ โดยดูจากชนิดของดินซึ่งเก็บขึ้นมาควรจะต้องสอดคล้องกับความลึกและคล้ายคลึงกับเข็มตันแรก ๆ ถ้าตรวจพบว่าดินเกิดจากการเคลื่อนพังจะรีบแก้ไขในทันทีโดยตอกปลอกเหล็กชั่วคราวให้ลึกลงไปอีก

 

ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบรูเจาะก่อนใส่เหล็กเสริม

4.1 การวัดความลึก โดยวัดจากความยาวของสายสลิงรวมกับความยาวของกระเช้าตักดิน
4.2 การตรวจสอบก้นหลุม ใช้สปอร์ตไล้ท์ส่องดูก้นหลุมว่ามีการยุบเข้ามีน้ำซึมหรือไม่ ถ้ามีน้ำซึมที่บริเวณก้นหลุมจะเทคอนกรีตแห้งลงไปประมาณ 50 ซม. และกระทุ้งให้แน่นด้วยตุ้มเหล็ก จากนั้นใช้ปูนทราย 1:1.5 เทลงไปประมาณ 30-50 ซม. ก่อนใส่เหล็ก

 

ขั้นตอนที่ 5 ใส่เหล็กเสริม

5.1 ชนิดของเหล็กเสริม ส่วนเหล็กเส้นกลมตาม มอก. 20-2524( SR-24 ) ส่วนเหล็กเส้นข้ออ้อยตาม มอก. 24-2524 ( SD-30 )
5.2 ขนาดและปริมาณเหล็กเสริม การต่อเหล็กใช้วิธีต่อทาบไม่น้อยกว่า 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางและใช้ลวดผูกเหล็กผูกบิดแน่น
5.3 การใส่เหล็กเสริม หย่อนกรงเหล็กให้อยู่ตรงกลางของรูเจาะจนถึงระดับที่ต้องการ และยึดให้แน่นหนาเพื่อที่ขณะเทคอนกรีตกรงเหล็กจะไม่ขยับเขยื้อน

 

ขั้นตอนที่ 6 การเทคอนกรีต

6.1 ชนิดของคอนกรีต คอนกรีตที่ใช้เป็นคอนกรีตผสมหน้างาน หรือคอนกรีตผสมเสร็จ ( READY MIX ) มีกำลังอัดประลัยที่ 28 วัน เมื่อทดสอบโดยแท่งทรงกระบอกขนาด 15 x 30 ซม. ( cylinder ) ไม่น้อยกว่า 210 กก/ซม 3 ซีเมนต์ที่ใช้เป็นซีเมนต์ปอร์มแลนด์ ประเภท 1 และใช้ความยุบของคอนกรีตประมาณ 8-12 ซม. เพื่อให้คอนกรีตเกิดการอัดแน่นด้วยตัวเองเมื่อเทลงรูเจาะไปแล้ว
6.2 วิธีเทคอนกรีต เมื่อรูเจาะได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้เทคอนกรีตได้ จะรีบทำการเทคอนกรีตทันทีเพื่อไม่ให้รูเจาะอ่อนตัวหรือกระทบความชื้นในอากาศนานเกินไปจนสูญเสียแรงเฉือนได้ การเทคอนกรีตจะเทผ่านกรวย ปลายกรวยเป็นท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. ยาว 3.0 เมตร คอนกรีตจะหล่นลงตรง ๆ โดยไม่ปะทะผนังรูเจาะหรือกรงเหล็กจะช่วยลดการแยกตัวของคอนกรีต
6.3 วิธีทำให้คอนกรีตแน่นมากขึ้น เมื่อทำการเทคอนกรีตถึงระดับ - 5.00 ถึง - 3.00 จากระดับดินปัจจุบันจะทำการอัดลมเพื่อให้คอนกรีตอัดตัวแน่นมากขึ้น

 

ขั้นตอนที่ 7 การถอดปลอกเหล็กชั่วคราว

จะต้องเทคอนกรีตให้มีระดับสูงกว่าปลอกเหล็กชั่วคราวพอสมควร จึงจะเริ่มถอดปลอกเหล็กขึ้น โดยปกติขณะถอดปลอกเหล็กจะต้องให้มีคอนกรีตอยู่ภายในปลอกเหล็กไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ชั้นดินอ่อนบีบตัว ทำให้ขนาดเสาเข็มเจาะเปลี่ยนไปและเป็นการป้องกันมิให้น้ำใต้ดินไหลซึมเข้ามาในรูเจาะก่อนที่จะถอดปลอกเหล็กชั่วคราวออกหมด จะต้องเติมคอนกรีตให้มีประมาณเพียงพอและเผื่อคอนกรีตให้สูงกว่าระดับที่ต้องการประมาณ 30-75 ซม. ในกรณีที่หัวเสาเข็มอยู่ต่ำจากระดับดินปัจจุบัน เพื่อป้องกันมิให้หัวเข็มที่ระดับที่ต้องการสกปรกเนื่องจากวัสดุหรือเศษดินร่วงหล่นลงไป ภายหลังการถอดปลอกเหล็กออกหมดแล้ว

 

ขั้นตอนที่ 8 การบันทึกรายงานการจัดทำเสาเข็ม

บันทึก ณ ที่สนง. ก่อสร้างที่ปฏิบัติงานเสาเข็ม
8.1 หมายเลขกำกับเสาเข็ม
8.2 วันที่เจาะ เวลาเริ่มเจาะ เวลาแล้วเสร็จในการเจาะ เวลาเริ่มเทคอนกรีต เวลาถอนท่อเหล็กชั่วคราวจนแล้วเสร็จ
8.3 ระดับดิน ระดับตัดหัวเข็ม ระดับความลึกปลายเสาเข็ม ความยาวของท่อเหล็ก ปลอกชั่วคราว
8.4 ความคลาดเคลื่อนของศูนย์เข็ม และระยะเบี่ยงเบนของเสาเข็มในแนวดิ่ง
8.5 รายละเอียดของชั้นดิน
8.6 รายละเอียดเหล็กเสริมในเสาเข็ม และปริมาณคอนกรีต
8.7 อุปสรรที่เกิดขึ้น หรือเหตุผิดปกติต่าง ๆ
8.8 ค่าวินิจฉัย สั่งการ ของเจ้าหน้าที่อาคาร , วิศวกรผู้ออกแบบ , ผู้ควบคุมงานของเสาเข็มต้นนั้น ๆ